ขนมขี้หนู หรือขนมทราย

ในวัยเด็กของทุกคน คงจะเคยได้รับประทาน “ขนมขี้หนู” ที่มีชื่อไม่เพราะแต่มีรสหอมอร่อยนี้กันแทบทุกคน เพราะคุณยายที่ตักขายจะตักขนมขี้หนู นุ่ม ๆ ร่วนๆ สีเขียวอ่อนหอมใบเตย จากโหลอบดอกมะลิ ใส่ใบตอง โรยมะพร้าวใย พรมเกลือป่นเค็มนิดๆ แล้วกลัดใบตองด้วยไม้กลัดให้เรา แทบทุกคนก็จะแกะไม้กลัดออกแล้วพันใบตองยาวเป็นม้วน ๆ แล้วเอา 2 มือบิดใบตองดังเปรี๊ยะประ พอคลี่ใบตองออก ขนมขี้หนูก็จะอัดเป็นแท่งเป็นเกลียว ตามที่เราบิดใบตองไว้ หยิบเบาๆกินทีละท่อน … อร่อยซะไม่มี..

เดี๋ยวนี้เราหาขนมขี้หนูน้ำตาลปึกยากมาก ไม่ค่อยมีคนทำกันแล้ว น่าเสียดายมาก ทราบมาว่าเวลาในหลวงรัชกาลที่ 4 เสด็จประทับ ณ พระนครคีรี เจ้าเมืองจะต้องนำขนมขี้หนูและข้าวแช่ขึ้นทูลเกล้า ฯ ถวายเพราะเป็นเครื่องเสวยที่ทรงโปรดปราน ขนมขี้หนู เดี๋ยวนี้มีการตั้งชื่อใหม่ให้น่ารับประทานว่า “ขนมทราย”

เครื่องปรุง
1. แป้งข้าวเจ้า 3 ลิตร
(โม่ทับให้แห้งแล้วบิเป็นชิ้นเล็ก ๆ เท่าปลายนิ้วมือ ผึ่งลม 1/2-1 ชั่วโมง)
2. น้ำตาลทราย หรือน้ำตาลโตนด 2 กิโลกรัม
3. น้ำ 2 ลิตร

วิธีปรุง
นำแป้งข้าวเจ้าที่ผึ่งลมไว้มาบี้ให้แตกละเอียด แล้วใช้ตะแกรง หรือมุ้งลวด ค่อนข้างถี่ ร่อน 2 ครั้ง จากนั้น นำแป้งที่ร่อนได้นี้ไปนึ่งในลังถึง หรือ หวดดินนึ่งข้าว
พอแป้งเริ่มสุกแป้งจะเริ่มแข็งและเหนียว เทแป้งลงกะละมัง ใช้ทัพพีบี้ให้เป็นชิ้นเล็ก ชิ้นน้อย ปล่อยไว้สัก 3 นาที
จากนั้นนำน้ำตาลเคี่ยวกับน้ำ 2 ลิตร พอเดือดละลายทั่ว ไมต้องให้เหนียวปล่อยให้น้ำตาลเชื่อมนี้เย็นลง นำมาเทลงในแป้งที่ยีไว้ ปิดฝา ทิ้งไว้สักพัก นำมายี ๆ อีกครั้งให้ฟูเท่านี้ก็จะได้ขนมขี้หนูไว้รับประทาน อย่าลืมโรยด้วยมะพร้าวใย พรมน้ำเกลือเล็กน้อยด้วยก็ละกันรับรองอร่อยไม่รู้ลืมเลยทีเดียว

ตำรับ : ป้าลำเพย บ้านมาบปลาเค้า
เรียบเรียง : ผศ. สุนันท์ อุดมเวช