โครงการอนุชนชาวนาไทย : ความอยู่รอดของข้าวไทย

ปัจจุบันชาวนาไทยอยู่ในวัยสูงอายุเป็นส่วนใหญ่คือมีอายุเฉลี่ยประมาณ 57 ปีส่วนมากมีการศึกษาแค่ระดับปฐม  อีกทั้งชาวนาส่วนใหญ่มีทัศนคติว่าอาชีพชาวนาเป็นอาชีพที่ลำบากและมีฐานะยากจน จึงไม่ปรารถนาจะส่งเสริมให้ลูกหลานมาเป็นชาวนาเหมือนตน

มูลนิธิข้าวไทย ตระหนักถึงความสำคัญของอาชีพชาวนาไทย และเล็งเห็นถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเพราะชาวนาขาดเสถียรภาพด้านเศรษฐกิจและสังคม ทำให้อาชีพการทำนาขาดความยั่งยืน โดยมีความโน้มเอียงอย่างเห็นได้ชัดว่า ลูกหลานชาวนามักจะหันไปประกอบอาชีพอื่นแทนการทำนาตามรอยพ่อแม่ จำนวนชาวนาไทยจึงได้ลดลงมาเป็นลำดับ ซึ่งอาจจะถึงระดับหนึ่งที่ประเทศไทยไม่สามารถผลิตข้าวได้มากพอที่จะมีข้าวเหลือเพื่อส่งออก หรืออาจถึงขั้นวิกฤตที่ไม่สามารถผลิตข้าวได้เพียงพอสำหรับการบริโภคในประเทศด้วยซ้ำ

มูลนิธิฯ จึงได้จัดโครงการ “อนุชนชาวนาไทย : ความอยู่รอดของข้าวไทยขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 โดยมุ่งที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้ลูกหลานชาวนามองเห็นอนาคตที่ดีของการทำนาและกิจกรรมต่อเนื่องเรื่องข้าว เปิดโอกาสให้อนุชนได้รับประสบการณ์ และเรียนรู้ ในเรื่องงานวิจัยและการพัฒนาข้าว รวมทั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีเพื่อการผลิตข้าวทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะถูกพัฒนาขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการผลิต การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์ หรือการค้าข้าว อันจะเป็นผลให้เยาวชนลูกหลานชาวนาเหล่านี้มองเห็นแนวทางการพัฒนาอาชีพทำนา และภาคการผลิตข้าวให้มีความเข้มแข็ง และเกิดความประทับใจและมั่นใจมากขึ้นว่าอนาคตของอาชีพการทำนาไม่มืดมนเหมือนอย่างที่คนไทยส่วนใหญ่กังวลอยู่ ทำให้เกิดมีชาวนารุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถที่จะปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทันท่วงที

กิจกรรมหลักของโครงการอนุชนชาวนาไทย : ความอยู่รอดของข้าวไทย คือการคัดเลือกอนุชนลูกหลานชาวนาทั่วประเทศเพื่อส่งเข้า “ค่ายข้าวซึ่งจัดขึ้นประมาณ 7 – 10 วันเป็นประจำทุกปี เพื่อปลูกจิตสํานึกและบ่มเพาะแนวคิดให้เยาวชนลูกหลานชาวนาตระหนักถึงความสําคัญของข้าวต่อวัฒนธรรมและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย และต่อเศรษฐกิจของประเทศ สนับสนุนและส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้เทคโนโลยีและการจัดการที่ทันสมัยเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์และปรับปรุงสถานการณ์ข้าวและวิถีชีวิตของชาวนาไทยในยุคใหม่ให้ดีขึ้น โดยกำหนดให้มีการคัดเลือก เยาวชนลูกหลานชาวนาที่กำลังศึกษาอยู่จากทั่วประเทศให้ได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องข้าว ได้รับความรู้และประสบการณ์ในเรื่องงานวิจัยและพัฒนาข้าว รวมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ทีเกี่ยวข้องกับการผลิต การแปรรูป การพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มไปจนถึงการค้าข้าว อันจะเป็นผลให้เยาวชนสามารถเล็งเห็นถึงแนวทางในการพัฒนาข้าวไทยและอาชีพการทํานายุคใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น อันจะเป็นการเพิ่มความเชื่อมันในอนาคตของข้าวและชาวนาไทย  เมื่อผ่านการเข้าค่ายข้าวแล้วอนุชนจะได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกเครือข่ายอนุชนชาวนาไทยทำหน้าที่เป็น

ยุวทูตข้าว ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เรื่องข้าวที่แต่ละคนได้รับมาให้แก่เยาวชนและสาธารณชนในเวทีต่างๆ ปัจจุบันเครือข่ายอนุชนชาวนาไทยมีสมาชิกกว่า 1000 คนทั่วประเทศ

วัตถุประสงค์

  1. เพื่อปลูกจิตสำนึกและบ่มเพาะแนวคิดแก่เยาวชนลูกหลานชาวนาให้ตระหนักถึงความสำคัญของข้าวต่อวัฒนธรรม สังคมไทย และเศรษฐกิจของประเทศ
  2. เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมให้เยาวชนเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีข้าวที่ทันสมัย อันจะเป็นการช่วยกระตุ้นให้เกิดชาวนารุ่นใหม่ที่มีศักยภาพสูง ทำให้เกิดภาพลักษณ์ของข้าวไทยและวิถีชีวิตของชาวนาไทยยุคใหม่ที่ดีขึ้น
  3. เพื่อจรรโลงอาชีพชาวนาไทยให้ดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

การสมัคร

เยาวชนลูกหลานชาวนาอายุระหว่าง 15-19 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3-5 หรือ ปวช. ปีที่ 1-2 หรือ ปวส. ปีที่ 1 สามารถสมัครได้ ช่วงเวลาสมัครจะอยู่ระหว่าง มีนาคม – กรกฎาคม ของแต่ละปี

ผู้ผ่านการคัดเลือก จะได้ร่วมกิจกรรม “ค่ายข้าว” โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ค่ายข้าวจะจัดขึ้นใน 4 ภาค คือ  ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เป็นเวลา 7 – 10 วัน ในเดือนตุลาคมของทุกปี

หลังผ่านการเข้าค่ายข้าวแล้ว เยาวชนผู้เข้าค่ายจะได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกของเครือข่ายอนุชนชาวนาไทยระดับชาติ ทำหน้าที่เป็น “ยุวทูตข้าว” ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เรื่องข้าวแก่เยาวชนและสาธารณชนไทยในเวทีต่างๆ ต่อไป


(คลิกข้อมูลหัวข้อที่ต้องการดู)